แชร์

คำเชื่อมภาษาอังกฤษ สรุป 6 ความสัมพันธ์ ออกสอบบ่อย

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ย. 2026
49 ผู้เข้าชม
คำเชื่อมภาษาอังกฤษ

คำเชื่อมภาษาอังกฤษ เจอปุ๊บต้องรู้! สรุป 6 ความสัมพันธ์ของประโยค ออกสอบบ่อย

ซีรีส์: รู้ไว้ไปสอบ อังกฤษ

เห็น however อย่าเพิ่งรีบแปลว่า “อย่างไรก็ตาม”

เห็น therefore อย่าเพิ่งรีบแปลว่า “ดังนั้น”

เพราะเวลาเจอ คำเชื่อมภาษาอังกฤษ (Connectors / Linking Words / Conjunctions) ในข้อสอบ สิ่งสำคัญกว่าการจำคำแปล คือการรู้ว่า “ประโยคข้างหน้ากับข้างหลังกำลังมีความสัมพันธ์กันแบบไหน?”

ขัดแย้งกัน? เป็นเหตุเป็นผล? เพิ่มข้อมูล? ให้เลือก? ยกตัวอย่าง? หรือกำลังเล่าเหตุการณ์ตามลำดับเวลา?

ถ้าจับความสัมพันธ์ตรงนี้ได้ น้อง ๆ จะอ่านบทความได้เร็วขึ้น จับใจความง่ายขึ้น และยังช่วยตัดตัวเลือกในข้อสอบภาษาอังกฤษอย่าง TGAT, A-Level, TOEIC และ IELTS ได้อีกด้วย

The Study สรุปเรื่อง คำเชื่อมภาษาอังกฤษ แบบที่ไม่ได้ให้ท่องเป็นร้อยคำ แต่แบ่งให้จำจาก “ความสัมพันธ์ของประโยค” พร้อมจุดสังเกต Grammar ที่เอาไปใช้ทำข้อสอบได้จริง

ก่อนเริ่ม ต้องรู้ก่อนว่า “คำเชื่อม” ไม่ได้เป็น Conjunction ทุกคำ

เวลาเรียนหรือทำข้อสอบ เรามักเรียกคำอย่าง but, although, however, despite, therefore รวม ๆ กันว่า “คำเชื่อม”

แต่ในทางไวยากรณ์ คำเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด

Conjunction เช่น but, because, although ใช้เชื่อมคำหรือ Clause ตามโครงสร้างของตัวเอง ส่วน Conjunctive Adverb / Transition เช่น however, therefore, moreover เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างข้อความ แต่ต้องระวังเรื่องเครื่องหมายวรรคตอน ขณะที่ Preposition / Prepositional Phrase เช่น despite, because of, due to มักตามด้วย Noun, Noun Phrase หรือ V.ing

เพราะฉะนั้น เวลาเจอข้อสอบ อย่าดูแค่ “ความหมาย” แต่ต้องดู โครงสร้างหลังช่องว่าง ด้วย

SmartMathPro อธิบายว่า Conjunction ทำหน้าที่เชื่อมคำ วลี หรือ Clause และแบ่งกลุ่มสำคัญเป็น Coordinating, Subordinating และ Correlative Conjunctions ขณะที่คำเชื่อมแต่ละประเภทมีโครงสร้างต่างกัน

1. Contrast & Concession — ความสัมพันธ์แบบขัดแย้ง / ตรงข้าม

ถ้าประโยคแรกกำลังพูดไปทางหนึ่ง แต่ประโยคต่อมากลับ หักมุม แย้ง หรือให้ข้อมูลตรงข้าม ให้คิดถึงคำเชื่อมกลุ่มนี้ก่อน

คำที่พบบ่อย ได้แก่

but / yet

ใช้เชื่อมใจความที่ตรงข้ามกัน

The exam was difficult, but she passed it.

ข้อสอบยาก แต่ เธอสอบผ่าน

although / though / even though

ตามด้วย S + V

Although it was raining, we went hiking.

แม้ว่าฝนจะตก แต่เราก็ยังไปเดินป่า

whereas / while

ใช้เปรียบเทียบสองสิ่งที่แตกต่างหรือขัดแย้งกัน

Some students prefer studying alone, whereas others enjoy group study.

นักเรียนบางคนชอบอ่านหนังสือคนเดียว ในขณะที่อีกกลุ่มชอบอ่านเป็นกลุ่ม

however / nevertheless / nonetheless

เป็นกลุ่ม Transition หรือ Conjunctive Adverb ต้องระวังเครื่องหมายวรรคตอน

The exam was difficult; however, she passed it.

หรือแยกเป็นสองประโยค

The exam was difficult. However, she passed it.

Purdue OWL ระบุว่าเมื่อใช้คำอย่าง however, moreover, therefore, consequently เชื่อม Independent Clauses สามารถใช้รูปแบบ Clause; however, Clause. ได้

ส่วน despite / in spite of ไม่ตามด้วยประโยคตรง ๆ แต่โดยทั่วไปตามด้วย Noun / Noun Phrase / V.ing

Despite the rain, we went hiking.
In spite of feeling tired, he continued studying.

จุดหลอกข้อสอบ

Although + S + V

Although he was tired, he continued studying.

แต่

Despite + Noun / V.ing

Despite being tired, he continued studying.

ดังนั้นถ้าตัวเลือกมี although กับ despite อย่าเพิ่งแปล ให้ดูคำที่ตามหลังทันที

2. Cause & Effect — ความสัมพันธ์แบบเหตุและผล

กลุ่มนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เจอบ่อยมาก เพราะข้อสอบต้องการดูว่าน้องแยกได้หรือไม่ว่า อะไรคือ “เหตุ” และอะไรคือ “ผล”

คำที่นำหน้า “สาเหตุ”

because / since / as

ตามด้วย S + V

He stayed home because he was sick.

เขาอยู่บ้าน เพราะเขาป่วย

for สามารถใช้ในความหมาย “เพราะว่า” ได้เช่นกัน แต่ทำหน้าที่เป็น Coordinating Conjunction และมักใช้ต่อจาก Independent Clause

He stayed home, for he was sick.

ส่วน

because of / due to / owing to / as a result of

มักตามด้วย Noun / Noun Phrase / V.ing

The match was cancelled because of heavy rain.

คำที่นำหน้า “ผลลัพธ์”

so

He didn't set an alarm, so he woke up late.

ไม่ตั้งนาฬิกาปลุก → ผลคือ ตื่นสาย

ส่วนคำอย่าง

therefore / thus / consequently / hence / as a result

ทำหน้าที่เป็น Transition หรือ Conjunctive Adverb

He didn't set an alarm; therefore, he woke up late.

Memmoread จัดคำอย่าง because, since, so, therefore, thus, consequently ไว้ในกลุ่มที่ช่วยบอกความสัมพันธ์แบบเหตุและผล ซึ่งเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์สำคัญที่ควรจับให้ได้เวลาอ่านภาษาอังกฤษ

คู่หลอกที่ต้องจำ

because + S + V

The game was cancelled because it was raining.

แต่

because of + Noun / V.ing

The game was cancelled because of the rain.

หรือ

The game was cancelled because of raining heavily.

ดังนั้นเทคนิคตัดช้อยส์คือ อย่าดูคำแปลก่อน ดูโครงสร้างหลังช่องว่าง

3. Addition — ความสัมพันธ์แบบเพิ่มเติมข้อมูล / คล้อยตาม

ถ้าประโยคต่อมายังพูดไปในทิศทางเดิม เป็นการ เสริมข้อมูล เพิ่มเหตุผล หรือสนับสนุนสิ่งที่พูดมาก่อนหน้า ให้มองหากลุ่ม Addition

คำที่ใช้บ่อย ได้แก่

and

She studies hard, and she always submits her work on time.

moreover / furthermore / in addition

She is talented. Moreover, she is very hardworking.

นอกจากเก่งแล้ว ยังเพิ่มข้อมูลว่า “ขยันมาก” เข้าไปอีก

also

มักใช้เพิ่มข้อมูลภายในประโยค

She is also interested in science.

ส่วน

in addition to / as well as / besides

สามารถใช้กับ Noun หรือ V.ing ได้ในหลายโครงสร้าง

In addition to English, he can speak French.

She enjoys reading as well as writing.

หลักง่าย ๆ คือ ถ้าใจความ บวกต่อ บวกเพิ่ม หรือเสริมข้อมูลเดิม ให้คิดถึง Addition ก่อน

4. Choice & Condition — ความสัมพันธ์แบบทางเลือก / เงื่อนไข

ถ้าโจทย์กำลัง “ให้เลือก”

คำที่ต้องนึกถึงคือ

or

You can study at home or go to the library.

either...or...

หมายถึง เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

You can either call me or send me a message.

neither...nor...

หมายถึง ไม่ทั้งสองอย่าง

Neither Tom nor Jane attended the meeting.

คำเชื่อมคู่แบบนี้เรียกว่า Correlative Conjunctions และสิ่งที่อยู่สองฝั่งควรมีโครงสร้างขนานกัน หรือ Parallel Structure

เช่น

She likes both reading and writing.

ไม่ควรทำให้สองฝั่งมีโครงสร้างต่างกันโดยไม่มีเหตุผล

ถ้าโจทย์กำลังพูดถึง “เงื่อนไข”

ให้มองหา

if / unless / provided that / as long as

If it rains, we will stay indoors.

ถ้าฝนตก เราจะอยู่ข้างใน

Unless you study, you won't pass.

ถ้าไม่อ่านหนังสือ / เว้นแต่จะอ่านหนังสือ คุณก็จะไม่ผ่าน

จำง่าย ๆ ว่า unless ≈ if...not

ดังนั้นเวลาเจอ unless ต้องระวังการใส่คำปฏิเสธซ้ำโดยไม่จำเป็น

5. Example & Summary — ความสัมพันธ์แบบยกตัวอย่าง / สรุปความ

บทความ Reading มักมีประโยคหนึ่งเสนอแนวคิด แล้วประโยคต่อมานำ “ตัวอย่าง” มาขยาย สิ่งที่น้องต้องทำคือมองหาสัญญาณเหล่านี้

for example / for instance

Some activities can improve concentration. For example, meditation may help students focus.

specifically

ใช้เจาะรายละเอียดให้เฉพาะเจาะจงขึ้น

แต่คำที่ต้องระวังมากคือ

such as

เพราะมักตามด้วย ตัวอย่างที่เป็น Noun หรือ Noun Phrase

I enjoy outdoor activities such as hiking, cycling, and camping.

ดังนั้นข้อสอบที่ให้เลือกระหว่าง for example กับ such as อาจไม่ได้วัดแค่ความหมายว่า “ตัวอย่างเช่น” แต่วัดโครงสร้างด้วย

ส่วนคำที่ใช้ สรุปประเด็น ได้แก่

in conclusion / to sum up / overall / in summary

เมื่อเห็นคำเหล่านี้ ผู้อ่านควรเตรียมมองหา “ใจความรวม” หรือข้อสรุปของข้อมูลก่อนหน้า

6. Time & Sequence — ความสัมพันธ์แบบเวลา / ลำดับเหตุการณ์

คำเชื่อมอีกกลุ่มที่ช่วยให้เราอ่าน Passage ได้ง่ายขึ้นคือกลุ่มที่บอกว่า อะไรเกิดก่อน อะไรเกิดหลัง หรืออะไรเกิดพร้อมกัน

คำที่พบบ่อย ได้แก่

before / after / when / while / until / since

Before you leave, please turn off the lights.

I called her after I finished class.

รวมถึง Transition ที่ช่วยเรียงลำดับ เช่น

first / second / then / meanwhile / subsequently / finally

First, read the instructions carefully. Then, answer the questions.

ข้อสอบ Reading โดยเฉพาะเรื่องที่อธิบาย “กระบวนการ” หรือเล่าเหตุการณ์ มักใช้คำกลุ่มนี้เป็นสัญญาณบอก Timeline

ระวัง! คำเดียวอาจทำหน้าที่ได้มากกว่าหนึ่งแบบ

นี่คือเหตุผลที่ห้ามจำจากคำแปลเพียงอย่างเดียว

while อาจหมายถึง “ในขณะที่” เพื่อบอกเวลา

While I was studying, my brother was watching TV.

แต่ก็ใช้เปรียบต่างได้

While some students prefer online classes, others prefer classroom learning.

since อาจหมายถึง “ตั้งแต่” เพื่อบอกเวลา หรือ “เนื่องจาก” เพื่อบอกเหตุผล

as ก็สามารถมีความหมายได้ทั้ง “เพราะว่า” “ในขณะที่” หรือ “ตามที่” ตามบริบท

ดังนั้น Context สำคัญกว่าการท่องคำแปล

เทคนิค Grammar Check: เจอคำเชื่อม ให้ดู “สิ่งที่ตามหลัง”

หนึ่งในเทคนิคที่ช่วยตัดตัวเลือกได้เร็วที่สุด คืออย่าเพิ่งอ่านคำเชื่อม แต่ให้มองไปทางขวาของช่องว่างก่อน

ถ้าหลังคำเชื่อมเป็น

Subject + Verb

มีโอกาสเป็น Subordinating Conjunction เช่น

because + S + V

although + S + V

if + S + V

while + S + V

แต่ถ้าตามด้วย

Noun / Noun Phrase / V.ing

ให้คิดถึงกลุ่ม Preposition หรือ Prepositional Phrase เช่น

because of + Noun

despite + Noun / V.ing

in spite of + Noun / V.ing

due to + Noun

ตัวอย่างที่ข้อสอบชอบหลอก

______ the heavy rain, the match continued.

หลังช่องว่างคือ the heavy rain ซึ่งเป็น Noun Phrase

ดังนั้น

✅ Despite the heavy rain...
แต่
❌ Although the heavy rain...

เพราะ although ต้องการ Clause ที่มี S + V

Punctuation ก็ช่วยตัดช้อยส์ได้

นอกจากความหมายและ Grammar แล้ว เครื่องหมายวรรคตอนยังเป็น “เบาะแส” สำคัญมาก

FANBOYS: For, And, Nor, But, Or, Yet, So

ถ้าใช้เชื่อม Independent Clauses สองประโยค มักใช้ Comma ก่อนคำเชื่อม

I wanted to go outside, but it was raining.

Purdue OWL แนะนำรูปแบบ

Independent Clause, + FANBOYS + Independent Clause

แต่ถ้าแค่เชื่อมคำหรือวลี ไม่จำเป็นต้องใส่ Comma เสมอ

I like coffee and tea.

however / therefore / moreover

อย่าใช้ Comma อย่างเดียวเชื่อมสอง Independent Clauses เพราะจะกลายเป็น Comma Splice

รูปแบบมาตรฐานที่ควรรู้คือ

Sentence 1; however, Sentence 2.

Sentence 1; therefore, Sentence 2.

หรือแยกเป็นสองประโยค

Sentence 1. However, Sentence 2.

Purdue OWL ระบุว่า Conjunctive Adverbs เช่น however, moreover, therefore, consequently, nevertheless สามารถใช้หลัง Semicolon เพื่อเชื่อมสอง Independent Clauses ได้

because / although / if และ Subordinating Conjunctions

ถ้า Dependent Clause ขึ้นก่อน Main Clause ให้ใช้ Comma คั่น

Although I was tired, I continued studying.

Because it was raining, we stayed home.

If you study hard, you will improve.

แต่เมื่อ Main Clause มาก่อน โดยทั่วไปไม่ต้องใส่ Comma ก่อน Dependent Clause

We stayed home because it was raining.

หลักการนี้เป็นรูปแบบมาตรฐานของ Complex Sentence และการใช้ Introductory Clause

4 คู่คำเชื่อมที่ข้อสอบชอบเอามาหลอก

Although VS Despite

Although + S + V

Although she was tired, she continued working.

Despite + Noun / V.ing

Despite being tired, she continued working.

Because VS Because of

Because + S + V

He stayed home because he was sick.

Because of + Noun

He stayed home because of his illness.

But VS However

but เป็น Coordinating Conjunction

It was expensive, but I bought it.

however เป็น Conjunctive Adverb

It was expensive; however, I bought it.

For example VS Such as

for example / for instance สามารถใช้เปิดตัวอย่างหรือข้อความอธิบายตัวอย่างได้

Many activities improve fitness. For example, swimming is a full-body exercise.

such as มักตามด้วย Noun / Noun Phrase ที่เป็นตัวอย่าง

I enjoy sports such as swimming and badminton.

สูตรทำข้อสอบคำเชื่อมใน 10 วินาที

เวลาเจอช่องว่างให้ทำตามลำดับนี้

อ่านประโยคก่อนและหลังช่องว่าง → หาความสัมพันธ์ของใจความ → ดูโครงสร้างหลังช่องว่าง → เช็กเครื่องหมายวรรคตอน → ค่อยเลือกคำเชื่อม

อย่าเริ่มจากการแปลตัวเลือกทีละคำ เพราะหลายตัวเลือกอาจแปลใกล้กันมาก เช่น

although = แม้ว่า

despite = แม้ว่า / ถึงแม้ว่า

ความหมายใกล้กัน แต่ Grammar คนละแบบ

หรือ

but = แต่

however = อย่างไรก็ตาม / แต่

ใจความคล้ายกัน แต่โครงสร้างและ Punctuation ต่างกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “รู้ความหมาย” อย่างเดียวอาจยังไม่พอสำหรับข้อสอบ

สรุปจำก่อนเข้าห้องสอบ

ถ้าเห็นคำเชื่อม ให้ถามตัวเองก่อนว่า

“สองประโยคนี้สัมพันธ์กันแบบไหน?”

ถ้าหักมุม → Contrast

ถ้าเหตุพาไปสู่ผล → Cause & Effect

ถ้าเสริมข้อมูลเดิม → Addition

ถ้ามีทางเลือกหรือเงื่อนไข → Choice & Condition

ถ้ายกตัวอย่างหรือสรุป → Example & Summary

ถ้าเรียงก่อน–หลัง → Time & Sequence

จากนั้นค่อยเช็กว่า หลังช่องว่างเป็น S + V หรือ Noun / V.ing และสุดท้ายดู Comma, Semicolon และตำแหน่งของคำเชื่อม

จำสามอย่างนี้ให้แม่น

ความสัมพันธ์ + โครงสร้าง + Punctuation

จะช่วยให้น้อง ๆ ไม่ต้องท่องคำเชื่อมเป็นร้อยคำ และยังมีเครื่องมือช่วยตัดช้อยส์เวลาเจอคำที่ความหมายคล้ายกันอีกด้วย

เพราะข้อสอบไม่ได้ถามแค่ว่า

“คำนี้แปลว่าอะไร?”

แต่กำลังถามเราว่า

“เราเข้าใจไหมว่า ประโยคสองประโยคนี้เชื่อมกันอย่างไร?”

อ้างอิงข้อมูล

  • EngDuo Thailand — คำเชื่อมประโยคภาษาอังกฤษ สรุปครบทุกหมวดหมู่ เปลี่ยนประโยคธรรมดาให้ดูเป็นมืออาชีพ
  • Memmoread — คำเชื่อมภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย พร้อมตัวอย่างและเทคนิคจำ
  • SmartMathPro — Conjunction คืออะไร? มีอะไรบ้าง? แจกตัวอย่างและแบบฝึกหัดฟรี
  • Monkey English — คำเชื่อมในภาษาอังกฤษ: การจำแนกประเภท วิธีการใช้ และแบบฝึกหัด
  • EduFirst School — Conjunction การเชื่อมประโยคภาษาอังกฤษ
  • Purdue Online Writing Lab (Purdue OWL) — Commas vs. Semicolons in Compound Sentences / Extended Rules for Commas / Sentence Punctuation Patterns

บทความที่เกี่ยวข้อง
กศน-สกร
เจาะลึก กศน. สู่ "กรมส่งเสริมการเรียนรู้" (สกร.) ทางเลือกยกระดับการศึกษาวุฒิเทียบเท่า ม.6 สรุปรูปแบบการเรียน เทียบโอนประสบการณ์ เช็กเลย!
24 ส.ค. 2026
10 คำถาม - TCAS
เลือกคณะทั้งทีอย่าให้เสียใจทีหลัง รวม 10 คำถามที่ควรถามรุ่นพี่ก่อนตัดสินใจเลือกคณะในระบบ TCAS เจาะลึกเรื่องเรียน สังคม ค่าใช้จ่ายแอบแฝง และอนาคตอาชีพ ที่นี่
1 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy