แชร์

PISA เด็กไทยขยับอันดับ 53 คะแนนวิทย์-คณิต-อ่าน ดีขึ้นทุกด้าน

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
77 ผู้เข้าชม
Pisa

PISA 2025 เด็กไทยกระเตื้อง! ขยับอันดับ 53 จาก 58 คะแนนวิทย์-คณิต-อ่าน ดีขึ้นทุกด้าน

สสวท. เผยผลสอบ PISA 2025 เด็กไทยอายุ 15 ปี ทำคะแนนดีขึ้นทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน ขยับอันดับโลกจาก 58 มาอยู่ที่ 53 แต่ยังตามหลังค่าเฉลี่ย OECD และเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้

---

PISA หรือ Programme for International Student Assessment เป็นโครงการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อวัดความรู้และทักษะของนักเรียนวัย 15 ปี ว่าพร้อมนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงมากน้อยเพียงใด สำหรับรอบล่าสุดคือ PISA 2025 ซึ่งเป็นการประเมินครั้งที่ 9 เน้นหนักไปที่ด้านวิทยาศาสตร์ พร้อมเพิ่มมิติใหม่ ได้แก่ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล โดยครั้งนี้นักเรียนต้องทำข้อสอบผ่านคอมพิวเตอร์ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก

OECD กำหนดเปิดเผยผลการประเมิน PISA 2025 อย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ตามเวลากรุงปารีส ฝรั่งเศส ตรงกับเวลา 14.30 น. ของไทย โดยมีนักเรียนจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 760,000 คน เป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลกราว 33 ล้านคน จาก 91 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ ได้จัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วม 8,547 คน จากสถานศึกษา 273 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกสังกัด ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โรงเรียนสาธิต โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนวิทยาศาสตร์ นอกจากแบบทดสอบแล้วยังมีการเก็บข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษาผ่านแบบสอบถามออนไลน์ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการเรียนรู้ของนักเรียนด้วย

ผลคะแนน PISA 2025 ของไทย ดีขึ้นทุกด้าน

รศ.ดร.สุระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. แถลงผลว่านักเรียนไทยทำคะแนนเฉลี่ยได้ดังนี้

  • วิทยาศาสตร์ 432 คะแนน
  • คณิตศาสตร์ 407 คะแนน
  • การอ่าน 392 คะแนน
  • การแก้ปัญหาเชิงคำนวณ 476 คะแนน

แม้คะแนนทุกด้านจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศสมาชิก OECD แต่ก็ถือว่าดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ PISA 2022 โดยด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นถึง 23 คะแนน ส่วนคณิตศาสตร์และการอ่านเพิ่มขึ้นด้านละ 13 คะแนน ส่งผลให้อันดับโดยรวมของไทยขยับจากอันดับ 58 ในรอบ PISA 2022 ขึ้นมาอยู่ที่ **อันดับ 53 ของโลก** ในรอบนี้

ที่น่าสนใจคือ เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน คะแนนวิทยาศาสตร์ของไทยที่ 432 คะแนน สูงกว่ามาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ขณะที่ค่าเฉลี่ย OECD ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 482 คะแนน (วิทยาศาสตร์) 463 คะแนน (คณิตศาสตร์) และ 461 คะแนน (การอ่าน) สะท้อนว่าไทยยังมีช่องว่างต้องไล่ตามกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ ผลการประเมินยังพบว่า นักเรียนหญิง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนชายทั้งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน ยกเว้นด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณที่นักเรียนชายทำคะแนนได้ดีกว่า

เจาะลึกสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์

เมื่อจำแนกตามสมรรถนะย่อยด้านวิทยาศาสตร์ พบว่านักเรียนไทยทำคะแนนเฉลี่ยด้าน "การออกแบบและประเมินกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์" และ "การแปลความหมายข้อมูลและใช้ประจักษ์พยานเชิงวิทยาศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณ" ได้ 434 คะแนน ซึ่งสูงกว่าสมรรถนะด้าน "การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์" (428 คะแนน) และด้าน "การศึกษาค้นคว้า ประเมิน และใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการตัดสินใจและลงมือกระทำ" (429 คะแนน)

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนแนวโน้มตั้งแต่ PISA 2000 ถึง PISA 2025 พบว่าคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์และการอ่านของไทยมีแนวโน้ม **ลดลง** ในระยะยาว ขณะที่ด้านวิทยาศาสตร์ถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนว่าการฟื้นตัวในรอบนี้ยังต้องติดตามต่อว่าจะรักษาแนวโน้มบวกไว้ได้หรือไม่

ผลแยกตามกลุ่มโรงเรียน ใครดีขึ้น ใครยังตามหลัง

การวิเคราะห์ตามกลุ่มโรงเรียนพบความแตกต่างชัดเจน

  • กลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยทุกด้านสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD และใกล้เคียงกลุ่มประเทศที่มีคะแนนสูงสุดของโลก
  • กลุ่มโรงเรียนสาธิต มีคะแนนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ส่วนด้านการอ่านใกล้เคียงค่าเฉลี่ย
  • กลุ่มโรงเรียนอื่น ๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทุกด้าน

ข่าวดีคือ เมื่อเทียบกับ PISA 2022 เกือบทุกกลุ่มโรงเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ กลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 3 ด้าน ส่วนโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานครมีคะแนนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกลุ่มโรงเรียนมัธยมของ สพฐ. รวมถึงโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคะแนนวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โจทย์ใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตก

แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่ผลการประเมินก็ตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ยังฝังลึกในระบบการศึกษาไทย

เมื่อเปรียบเทียบนักเรียนกลุ่มคะแนนสูง (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90) กับกลุ่มคะแนนต่ำ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10) พบว่าทั้งสองกลุ่มมีคะแนนเฉลี่ยแตกต่างกันมากถึงราว 200 คะแนนในทุกวิชา และช่องว่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลงเลยเมื่อเทียบกับ PISA 2022

ในมิติสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม นักเรียนกลุ่มได้เปรียบ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ขึ้นไป) มีคะแนนวิทยาศาสตร์เฉลี่ยสูงกว่านักเรียนกลุ่มด้อยเปรียบ (ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25) อยู่ 55 คะแนน ซึ่งจริง ๆ แล้วยัง "แคบกว่า" ช่องว่างของกลุ่มประเทศ OECD ที่ห่างกันถึง 85 คะแนน แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือ ตั้งแต่ PISA 2015 ถึง PISA 2025 ช่องว่างนี้ของไทย **ไม่เปลี่ยนแปลง** เลย ขณะที่ OECD สามารถลดช่องว่างลงได้ เพราะกลุ่มด้อยเปรียบของพวกเขามีคะแนนเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าไทยยังไม่สามารถ "ดึงเด็กกลุ่มเปราะบาง" ขึ้นมาได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีเล็ก ๆ คือ ไทยมีสัดส่วน **"นักเรียนกลุ่มช้างเผือก"** หรือนักเรียนที่มาจากครอบครัวด้อยเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ทำคะแนนวิทยาศาสตร์ติดกลุ่มบนสุดของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ขึ้นไป) สูงถึง 17% มากกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่มีอยู่ 12% แสดงให้เห็นว่านักเรียนไทยจำนวนไม่น้อยมีศักยภาพเอาชนะข้อจำกัดทางเศรษฐกิจได้ หากได้รับโอกาสที่เหมาะสม

สัดส่วนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์พื้นฐาน ยังตามหลัง OECD

การรายงานผล PISA แบ่งสมรรถนะออกเป็น 6 ระดับ โดยระดับ 2 ถือเป็นเกณฑ์พื้นฐานที่นักเรียนควรมีเพื่อใช้ทักษะในชีวิตจริงได้ ผลปรากฏว่า:

  • ด้าน **วิทยาศาสตร์** ไทยมีนักเรียนที่ผ่านระดับ 2 ขึ้นไป 59% ขณะที่ OECD อยู่ที่ 74% ส่วนประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่ทำได้สูงสุด ได้แก่ จีนสี่มณฑล (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู เจ้อเจียง) สิงคโปร์ เอสโตเนีย ญี่ปุ่น จีนไทเป และเกาหลีใต้ ซึ่งมีนักเรียนผ่านเกณฑ์มากกว่า 85%
  • ด้าน **คณิตศาสตร์และการอ่าน** ไทยมีนักเรียนผ่านระดับ 2 ขึ้นไปอยู่ที่ 41% ทั้งสองด้าน ขณะที่ OECD อยู่ที่ 65% และ 69% ตามลำดับ
  • ด้าน **การแก้ปัญหาเชิงคำนวณ** ซึ่งใช้ระดับ 3 เป็นเกณฑ์อ้างอิง ไทยมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ 55% เทียบกับ OECD ที่ 64% และมาเก๊าซึ่งทำได้สูงสุดถึง 93%

แม้ตัวเลขเหล่านี้จะยังตามหลัง OECD อยู่มาก แต่เมื่อเทียบกับ PISA 2022 ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นชัดเจน โดยสัดส่วนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 12% ในวิทยาศาสตร์ 9% ในคณิตศาสตร์ และ 6% ในการอ่าน สอดคล้องกับที่ ศ.ดร.ธีระเดช (ผู้บริหาร สสวท.) อธิบายเสริมว่า สัดส่วนนักเรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่าระดับ 2 ในวิชาวิทยาศาสตร์ลดลงจาก 53% เหลือ 41% ส่วนคณิตศาสตร์ลดจาก 68% เหลือ 59% และการอ่านลดจาก 65% เหลือ 59% ตามลำดับ

ก้าวที่ดีขึ้น แต่ยังมีการบ้านต้องทำ

ผลการประเมิน PISA 2025 สะท้อนว่าประเทศไทยมีพัฒนาการเชิงบวกในภาพรวม ทั้งคะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นในทุกวิชา อันดับโลกที่ขยับดีขึ้นจาก 58 มาเป็น 53 และสัดส่วนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์พื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าโจทย์ใหญ่ที่ยังรอการแก้ไขคือ **ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา** ที่ช่องว่างระหว่างนักเรียนกลุ่มคะแนนสูงและกลุ่มคะแนนต่ำยังคงกว้างและไม่ลดลง รวมถึง **ทักษะการอ่าน** ที่ยังต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอ่านเชิงวิเคราะห์และการประเมินข้อมูลจากหลายแหล่ง

แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเสนอ คือการพัฒนาครูควบคู่กับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะ การสนับสนุนทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมทั่วประเทศ เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพสถานศึกษาให้ครอบคลุมทุกสังกัด ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลการประเมิน PISA ของไทยพัฒนาต่อเนื่องในรอบถัดไป

---

### แหล่งอ้างอิง

- สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แถลงผลการประเมิน PISA 2025, 8 กันยายน 2569

- เดลินิวส์: "ผลประเมิน PISA 2025 ไทยฟื้น 'คะแนนพุ่ง' รั้งอันดับ 53 ของโลก และดีขึ้นทุกมิติ" (dailynews.co.th)

- มติชนออนไลน์: "ปลื้ม คะแนน PISA 2025 เด็กไทยพุ่ง ขยับอันดับ 53 ของโลก 'วิทย์'แซงมาเลย์-อินโด เตรียมวิเคราะห์เชิงลึก" (matichon.co.th)

- ไทยรัฐออนไลน์: "'อัครนันท์' ปลื้ม PISA 2025 คะแนนไทยขยับขึ้น ให้ ศธ. วางนโยบายหลัก 5 ด้านรองรับ" (thairath.co.th)

- ไทยโพสต์: "คะแนนสอบ 'PISA2025' เด็กไทยกระเตื้อง รั้งอันดับ 53 จากเดิม 58" (thaipost.net)

---

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
สมศ-Smart Local Literacy
สร้างทุนมนุษย์จากฐานราก สมศ. นำร่อง “Smart Local Literacy” ต่อยอดการประเมินเพื่อพัฒนา สร้างนวัตกรรมชุมชน เสริม‘ทุนปัญญา’เด็กชายขอบ-ชาติพันธุ์
14 ก.ค. 2026
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ. มทร.ธัญบุรี วาระ 3
สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. มทร.ธัญบุรี วาระ 3 ด้วย 389 เสียง เดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพิ่มความคล่องตัวบริหาร ส่งต่อวุฒิสภาพิจารณาขั้นถัดไป
3 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy