แพทย์รามา TCAS70 รอบ Portfolio รับรวม 70 ที่นั่ง

น้อง ๆ DEK70 ที่กำลังวางเป้าหมายอยากเรียนแพทย์รามาธิบดี ต้องเพิ่มอีกหนึ่งรายการลงในแผนเตรียมตัวแล้วครับ เพราะคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศปรับเกณฑ์การรับสมัคร TCAS70 รอบ Portfolio โดยจะเริ่มนำคะแนน UCAT มาใช้ประกอบการพิจารณา
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะผู้สมัครทุกคนจำเป็นต้องมีผลสอบ UCAT ไม่ว่าน้องจะสมัครหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตภาคปกติ หรือหลักสูตรควบระดับปริญญาโทก็ตาม
แม้มหาวิทยาลัยจะระบุว่าไม่กำหนดคะแนนขั้นต่ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าน้องสามารถข้ามการสอบ หรือไม่ต้องเตรียมตัวกับคะแนนส่วนนี้ได้ครับ

พี่สรุปข้อมูลทั้งหมดจากประกาศไว้ให้แล้ว
เปิดรับ 3 หลักสูตร รวม 70 ที่นั่ง
การรับสมัครรอบ Portfolio ครั้งนี้ครอบคลุม 3 หลักสูตร ได้แก่
หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต M.D.
เป็นหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โดยเปิดรับรวม 30 ที่นั่ง
แบ่งเป็น
- Advanced Talent Track จำนวน 22 ที่นั่ง
- Global Excellence Track จำนวน 8 ที่นั่ง
หลักสูตรนี้มีจำนวนรับมากที่สุดจากทั้ง 3 หลักสูตร คิดเป็นประมาณ 43% ของจำนวนรับทั้งหมดในประกาศ
.
หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต–วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต M.D.–M.Eng.
เป็นโครงการร่วมหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต เปิดรับรวม 20 ที่นั่ง
แบ่งเป็น
- Advanced Talent Track จำนวน 15 ที่นั่ง
- Global Excellence Track จำนวน 5 ที่นั่ง
หลักสูตรนี้เหมาะกับน้องที่สนใจการแพทย์ควบคู่กับองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม แต่รายละเอียดคุณสมบัติ ผลงานที่รับ และโครงสร้างการเรียน ต้องตรวจสอบจากระเบียบการฉบับเต็มอีกครั้ง
.
หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต–การจัดการมหาบัณฑิต M.D.–M.M.
เป็นโครงการร่วมหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและการจัดการมหาบัณฑิต เปิดรับรวม 20 ที่นั่ง
แบ่งเป็น
- Advanced Talent Track จำนวน 15 ที่นั่ง
- Global Excellence Track จำนวน 5 ที่นั่ง
หลักสูตรนี้เชื่อมโยงการเรียนแพทยศาสตร์กับความรู้ด้านการจัดการ ซึ่งอาจเหมาะกับน้องที่สนใจทั้งการดูแลผู้ป่วย การบริหารองค์กร หรือการพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคต
.
Advanced Talent Track รับมากที่สุด
เมื่อรวมทั้ง 3 หลักสูตร กลุ่ม Advanced Talent Track หรือกลุ่มความสามารถรอบด้าน เปิดรับทั้งหมด 52 ที่นั่ง
ประกอบด้วย
- M.D. จำนวน 22 ที่นั่ง
- M.D.–M.Eng. จำนวน 15 ที่นั่ง
- M.D.–M.M. จำนวน 15 ที่นั่ง
คิดเป็นประมาณ 74% ของจำนวนรับทั้งหมด
ส่วน Global Excellence Track หรือกลุ่มความเป็นเลิศทางสากล เปิดรับรวม 18 ที่นั่ง
ประกอบด้วย
- M.D. จำนวน 8 ที่นั่ง
- M.D.–M.Eng. จำนวน 5 ที่นั่ง
- M.D.–M.M. จำนวน 5 ที่นั่ง
คิดเป็นประมาณ 26% ของจำนวนรับทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่นั่งมากหรือน้อยไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลเดียวในการเลือกสมัคร เพราะแต่ละ Track อาจกำหนดคุณสมบัติ ประเภทผลงาน และเงื่อนไขแตกต่างกัน น้องต้องเลือกกลุ่มที่ตรงกับประสบการณ์และหลักฐานของตัวเองจริง ๆ
.
ไทม์ไลน์ที่ DEK70 ต้องจำ
ผู้ที่ต้องการยื่น Portfolio แพทย์รามาธิบดีในช่วง เดือนตุลาคม 2569 ควรวางแผนลงทะเบียนสอบ UCAT ตั้งแต่ช่วง เดือนพฤษภาคม 2569
ไทม์ไลน์เบื้องต้นจึงเป็นดังนี้
พฤษภาคม 2569
วางแผนและติดตามการลงทะเบียนสอบ UCAT
น้องควรตรวจสอบรอบสอบ สถานที่สอบ ค่าใช้จ่าย เอกสารยืนยันตัวตน และระยะเวลาที่คะแนนจะออกให้เรียบร้อย ไม่ควรรอถึงช่วงใกล้เปิดรับ Portfolio เพราะอาจไม่มีรอบสอบที่เหมาะสม หรือผลสอบอาจออกไม่ทันวันสมัคร
ก่อนเดือนตุลาคม 2569
เตรียมผลสอบ UCAT และ Portfolio ให้พร้อม
นอกจากผลสอบแล้ว น้องควรเริ่มจัดระบบผลงาน กิจกรรม ประสบการณ์ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ Track และหลักสูตรที่ต้องการสมัคร
เดือนตุลาคม 2569
เตรียมยื่นสมัครรอบ Portfolio ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ในภาพยังไม่ได้ระบุวันเปิดและปิดรับสมัครที่แน่นอน จึงต้องรอติดตามประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการจากคณะอีกครั้ง
.
UCAT คืออะไร?
UCAT ย่อมาจาก University Clinical Aptitude Test เป็นแบบทดสอบที่ถูกนำมาใช้ประกอบการรับสมัครหลักสูตรด้านการแพทย์และสุขภาพในบางมหาวิทยาลัย
สำหรับการรับสมัครแพทย์รามาธิบดี TCAS70 รอบ Portfolio คะแนน UCAT จะกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ผู้สมัครทุกคนต้องยื่นให้คณะใช้พิจารณา
จากประกาศมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่
ผู้สมัครทุกคนต้องยื่นผลสอบ UCAT
ไม่ว่าจะสมัครกลุ่ม Advanced Talent Track หรือ Global Excellence Track รวมถึงไม่ว่าจะเลือกหลักสูตร M.D., M.D.–M.Eng. หรือ M.D.–M.M. ทุกคนต้องมีผลสอบ UCAT
ดังนั้น น้องที่ไม่มีผลสอบอาจไม่สามารถสมัครได้ครบถ้วนตามเกณฑ์ แม้ว่าจะมี Portfolio ผลงาน หรือคุณสมบัติด้านอื่นโดดเด่นก็ตาม
ไม่กำหนดคะแนนขั้นต่ำ
มหาวิทยาลัยระบุว่า ไม่กำหนด Cut-off score หรือคะแนนขั้นต่ำของ UCAT
ตรงนี้หมายความว่า ประกาศเบื้องต้นไม่ได้กำหนดว่าน้องต้องได้คะแนนรวมเท่าไรจึงจะมีสิทธิสมัคร แต่คะแนนที่ยื่นอาจยังถูกนำไปใช้ประกอบการเปรียบเทียบหรือพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบอื่นตามระเบียบการฉบับเต็ม
เพราะฉะนั้น คำว่า “ไม่กำหนดคะแนนขั้นต่ำ” ไม่ได้แปลว่า “คะแนนเท่าไรก็เหมือนกัน” น้องยังควรเตรียมตัวสอบให้เต็มที่ครับ
SJT ต้องอยู่ใน Band 1–3
ผลสอบในส่วน SJT หรือ Situational Judgement Test ต้องอยู่ใน Band 1, Band 2 หรือ Band 3 เท่านั้น
จากเงื่อนไขนี้ ผู้ที่ได้ SJT Band 4 จะไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ประกาศไว้ แม้ว่าคะแนนส่วนอื่นของ UCAT อาจอยู่ในระดับสูงก็ตาม
น้องจึงไม่ควรสนใจเฉพาะคะแนนรวม แต่ต้องเตรียมตัวในส่วนการตัดสินใจและการรับมือสถานการณ์ให้ดีด้วย
.
ไม่กำหนด Cut-off ต้องเตรียมคะแนนแค่ไหน?
คำถามที่หลายคนน่าจะสงสัยคือ เมื่อไม่กำหนดคะแนนขั้นต่ำแล้ว ต้องตั้งเป้าคะแนน UCAT เท่าไร?
จากข้อมูลยังไม่มีการประกาศคะแนนเป้าหมาย น้ำหนักคะแนน หรือสูตรคำนวณอย่างเป็นทางการ พี่จึงยังไม่อยากให้น้องยึดตัวเลขใดเป็นเกณฑ์แน่นอน
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ
- ทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ UCAT
- เริ่มฝึกทำโจทย์ภายใต้เวลาจำกัด
- วางแผนพัฒนาจุดที่ยังอ่อน
- ฝึกส่วน SJT ให้ได้ตามเงื่อนไข Band 1–3
- ติดตามประกาศว่าคณะจะใช้คะแนนรวมและคะแนนรายส่วนอย่างไร
- เตรียม Portfolio และคุณสมบัติอื่นควบคู่กันไป
เพราะรอบ Portfolio ไม่ได้วัดจากข้อสอบเพียงอย่างเดียว และการมีคะแนน UCAT สูงก็อาจไม่เพียงพอ หากผลงานหรือคุณสมบัติไม่ตรงกับ Track ที่สมัคร
.
ข้อมูลที่ยังต้องรอประกาศเพิ่มเติม
เป็นการแจ้งเปลี่ยนแปลงเกณฑ์สำคัญและจำนวนรับเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดหลายส่วน เช่น
- วันเปิดและปิดรับสมัครที่แน่นอน
- วันสอบหรือช่วงเวลาที่ต้องใช้ผล UCAT
- อายุของผลสอบที่ยอมรับ
- น้ำหนักคะแนน UCAT
- คะแนนรายส่วนที่นำมาพิจารณา
- คุณสมบัติของแต่ละ Track
- GPAX และแผนการเรียนที่รับ
- รูปแบบ Portfolio
- จำนวนหน้าของ Portfolio
- ผลงานที่ต้องมี
- เกณฑ์ภาษาอังกฤษ
- ขั้นตอนสัมภาษณ์
- ค่าสมัคร
- เงื่อนไขด้านสุขภาพ
น้องจึงควรใช้ข้อมูลในภาพนี้เพื่อเริ่มวางแผน แต่ต้องยึดระเบียบการฉบับเต็มที่คณะจะประกาศเป็นหลัก
.
เตรียมตัวยังไงตั้งแต่ตอนนี้?
สิ่งแรกคือเลือกให้ชัดว่าน้องสนใจหลักสูตรใด ระหว่าง M.D., M.D.–M.Eng. หรือ M.D.–M.M. เพราะแม้ทั้งหมดจะเรียนแพทยศาสตร์ แต่ลักษณะหลักสูตรและความสนใจที่เหมาะสมอาจต่างกัน
จากนั้นให้สำรวจว่าผลงานของตัวเองสอดคล้องกับ Advanced Talent Track หรือ Global Excellence Track มากกว่ากัน อย่าเลือกเพียงเพราะกลุ่มหนึ่งมีจำนวนรับเยอะกว่า
ขั้นต่อมาคือเริ่มเตรียม UCAT จริงจัง โดยเฉพาะการบริหารเวลาและส่วน SJT เพราะเงื่อนไข Band 1–3 เป็นเกณฑ์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
สุดท้าย อย่าทิ้งการเตรียม Portfolio เพราะคะแนนสอบเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง น้องยังต้องแสดงให้กรรมการเห็นว่า ประสบการณ์ ความสามารถ และเป้าหมายของน้องสอดคล้องกับหลักสูตรที่เลือกอย่างไร
การเปลี่ยนมาใช้ UCAT ทำให้รอบ Portfolio แพทย์รามาธิบดี TCAS70 ไม่ใช่รอบที่เตรียมเฉพาะแฟ้มผลงานได้อีกต่อไป
น้องต้องวางแผนทั้งข้อสอบ ผลงาน เอกสาร และไทม์ไลน์ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการลงทะเบียนสอบที่ควรเริ่มติดตามตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนยื่นสมัครในเดือนตุลาคม
แม้จะไม่กำหนดคะแนนขั้นต่ำ แต่ทุกคนต้องมีผลสอบ และส่วน SJT ต้องได้ Band 1–3 เพราะฉะนั้น อย่ารอให้ระเบียบการฉบับเต็มออกแล้วค่อยเริ่มอ่านครับ
เริ่มก่อนหนึ่งเดือน อาจช่วยให้น้องคุ้นเคยกับข้อสอบ แต่เริ่มวางแผนก่อนหลายเดือน จะช่วยให้น้องมีเวลาพัฒนาคะแนนและสร้าง Portfolio ที่เป็นตัวเองได้จริงมากกว่า
ช่องทางติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ
- เว็บไซต์รับสมัครของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- https://www.rama.mahidol.ac.th/meed/th/rama_admission
- โทรศัพท์ 02-201-0117
- ควรติดตามระเบียบการฉบับล่าสุดจากคณะโดยตรง เพราะรายละเอียดการรับสมัครอาจมีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงได้


