เจาะลึก "คณะกายภาพบำบัด มศว" คณะยอดฮิตของสายฟื้นฟูร่างกาย

สวัสดีครับน้อง ๆ ชาว #TheStudy ทุกคน! ใครที่กำลังสนใจคณะสายวิทย์สุขภาพ อยากช่วยฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยให้กลับมาเดินได้ ขยับได้ หรือสนใจเทรนด์การดูแลสุขภาพและผิวพรรณ วันนี้พี่ปั่นจะพาไป Scout คณะระดับตำนานที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ๆ นั่นคือ "คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ" (มศว) ครับ!
ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะคณะที่สร้างบุคลากรทางการแพทย์สายฟื้นฟูและส่งเสริมสุขภาพระดับแนวหน้าของไทย แถมบรรยากาศการเรียนยังอบอุ่นสุด ๆ คณะนี้มีสาขาอะไรบ้าง แต่ละปีต้องเรียนอะไร และต้องเตรียมตัวสอบเข้ายังไง ตามพี่ปั่นมาเจาะลึกกันเลยครับ!
1. คณะนี้เรียนอะไร? (3 สาขาวิชาเด็ดระดับ ป.ตรี)
หลายคนอาจคิดว่าคณะนี้มีแค่สาขากายภาพบำบัดอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วปัจจุบัน คณะกายภาพบำบัด มศว จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี (หลักสูตร 4 ปี) ถึง 3 สาขาวิชาหลัก ๆ ที่ผสานศาสตร์ร่วมกันเพื่อสุขภาวะของประชาชนครับ
- หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด สาขาเรือธง! เรียนรู้การตรวจประเมิน วินิจฉัย และฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของร่างกาย (เช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์, ออฟฟิศซินโดรม, บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา, ผู้สูงอายุ) โดยใช้การออกกำลังกาย การดัดดึงร่างกาย และเครื่องมือทางกายภาพบำบัด
- หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) หลักสูตรยอดฮิตที่เปิดร่วมกับกรมการแพทย์ เรียนรู้วิธีการบำบัด ฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน (เช่น เด็กออทิสติก, ผู้ป่วยอัมพาตที่ขยับมือไม่ได้, ผู้ป่วยจิตเวช) ให้พวกเขาสามารถกลับมาพึ่งพาตัวเองและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
- หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ สายเวลเนสและผู้นำสุขภาพ! เรียนเน้นหนักไปที่เทรนด์การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การบริหารจัดการงานสุขภาพ การสื่อสาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย
2. เจาะลึกชีวิต 4 ปี แต่ละชั้นปีเรียนอะไรบ้าง?
(พี่ขอเน้นโครงสร้างหลักของ สาขาวิชากายภาพบำบัด เป็นตัวอย่างหลักนะครับ)
- ชั้นปีที่ 1 (ปรับพื้นฐานวิทย์ขั้นสูง) น้อง ๆ จะได้เรียนวิชาศึกษาทั่วไป (GenEd) ร่วมกับวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่หินขึ้นมาอีกระดับ เช่น ฟิสิกส์ทั่วไป, เคมี, ชีววิทยา และคณิตศาสตร์ รวมถึงภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรียกว่าเป็นปีปรับตัวจาก ม.ปลาย สู่มหาวิทยาลัย
- ชั้นปีที่ 2 (เข้าสู่โลกของ "อาจารย์ใหญ่" และกลไกร่างกาย) ปีนี้คือปีแห่งการเรียนทฤษฎีการแพทย์แบบจัดเต็ม! ไฮไลต์คือวิชา มหกายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) ที่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้โครงสร้างร่างกายมนุษย์ กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นประสาทจาก "อาจารย์ใหญ่" จริง ๆ ควบคู่ไปกับวิชาสรีรวิทยา (Physiology), ชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) และศาสตร์การเคลื่อนไหว (Kinesiology) เพื่อเข้าใจว่าร่างกายมนุษย์เคลื่อนไหวอย่างไร
- ชั้นปีที่ 3 (ฝึกทักษะเฉพาะทาง & เริ่มแตะคนไข้จริง) เรียนลึกเข้าไปในรายวิชากายภาพบำบัดเฉพาะทาง เช่น กายวิภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ, ระบบประสาท, ระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบทางเดินหายใจ รวมถึงกายภาพบำบัดในเด็กและผู้สูงอายุ และที่สำคัญคือ เริ่มฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก (Clinical Practice) ในโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก
- ชั้นปีที่ 4 (ฝึกงานยาวลุยสนามจริง & ทำวิจัย) เป็นปีที่แทบจะไม่ได้นั่งเรียนในห้องเรียนแล้วครับ เพราะน้อง ๆ ต้องออกฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกกายภาพบำบัด (Internship) หมุนเวียนไปตามโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป หรือศูนย์ฟื้นฟูต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งทำวิจัยจบ (Senior Project) และเตรียมตัวสอบใบประกอบวิชาชีพครับ
3. ที่นี่พิเศษอย่างไร? (Why SWU Physical Therapy?)
เป็น "คณะ" กายภาพบำบัดที่เป็นเอกเทศแห่งแรกของไทย: ในหลาย ๆ มหาวิทยาลัย กายภาพบำบัดมักจะเป็นภาควิชาที่สังกัดอยู่รวมกับคณะสหเวชศาสตร์ แต่ที่ มศว ได้ยกฐานะขึ้นเป็น "คณะกายภาพบำบัด" แยกออกมาโดยเฉพาะ ทำให้มีความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณ และการพัฒนาหลักสูตรที่คล่องตัวสูงมาก
- คอนเนกชันและแหล่งฝึกงานแน่นปึ้ก มศว มีศูนย์การแพทย์และสถาบันฟื้นฟูในเครือข่ายมากมาย เช่น ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อยู่ที่องครักษ์เลย) และยังจับมือกับสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ ในการพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมบำบัดอีกด้วย
- บรรยากาศอบอุ่นสไตล์ "องครักษ์" คณะนี้เรียนที่วิทยาเขตองครักษ์ จ.นครปฐม/นครนายก พื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่น มีศูนย์กีฬาครบครัน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการโฟกัสเรื่องเรียนสุขภาพ และทำให้เพื่อน ๆ ในรุ่นและต่างคณะสนิทกันเหนียวแน่นมาก ๆ ครับ
4. ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง? (คุณสมบัติและสเปกผู้เรียน)
- สายวิทย์-คณิต เท่านั้น (สำหรับสาขากายภาพฯ และกิจกรรมบำบัด) บังคับแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ส่วนสาขาการส่งเสริมสุขภาพในบางรอบอาจจะเปิดรับสายการเรียนอื่นด้วย (ต้องเช็กเกณฑ์รายปี)
- พื้นฐานชีววิทยาและฟิสิกส์ต้องแน่น ชีววิทยาใช้ในการจำโครงสร้างร่างกายและโรค ส่วนฟิสิกส์ใช้เยอะมากในเรื่องแรง คาน และกลไกการเคลื่อนไหว (Biomechanics) ของข้อต่อและกล้ามเนื้อ
- ร่างกายแข็งแรง & มี Empathy งานกายภาพบำบัดต้องใช้แรงกายในการช่วยพยุง ดัด หรือขยับร่างกายผู้ป่วย และต้องเป็นคนใจเย็น มีทักษะการสื่อสารและเห็นอกเห็นใจสูง เพราะต้องอยู่กับผู้ป่วยที่กำลังเผชิญภาวะยากลำบากในชีวิต
5. การเปิดโครงการรับในระบบ TCAS (อัปเดตเกณฑ์ล่าสุด)
คณะกายภาพบำบัด มศว เปิดรับสมัครนิสิตใหม่ผ่านระบบ TCAS เป็นหลัก ดังนี้ครับ
- รอบ 1 Portfolio (โครงการเด็กดีมีที่เรียน / โครงการเด็กสวนแก้ว) กำหนดเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือ 2.75 (ขึ้นอยู่กับสาขา) และน้อง ๆ จะต้องจัดทำแฟ้มสะสมผลงานผ่านระบบ "TCASfolio" ของมหาวิทยาลัย ใครมีผลงานจิตอาสาสายโรงพยาบาล/สาธารณสุข หรือผลงานประกวดนวัตกรรม รีบใส่มาเลยครับ!
- รอบ 2 Quota:มีโครงการรับนักศึกษาจากโรงเรียนในเขตพื้นที่/ปริมณฑล, โครงการความร่วมมือโรงเรียนสาธิต มศว และโครงการบริการสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข
- รอบ 3 Admission สมรภูมิหลักที่วัดกันด้วยคะแนนสอบส่วนกลาง! อ้างอิงจากเกณฑ์ล่าสุด สัดส่วนคะแนนจะเน้นหนักไปที่:
- TGAT (ความถนัดทั่วไป)
- A-Level วิชาหลัก : ชีววิทยา, ฟิสิกส์, คณิตศาสตร์ 1, และภาษาอังกฤษ (ค่าน้ำหนักสัดส่วนคะแนนอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย น้อง ๆ ต้องคอยอัปเดตผ่านทางเว็บ admission.swu.ac.th อีกครั้งนะ)
6. ค่าใช้จ่าย (อัปเดตค่าเทอมระบบเหมาจ่าย)
อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาของคณะกายภาพบำบัด มศว (ภาคปกติ) เป็นระบบเหมาจ่ายต่อเทอม ดังนี้ครับ
- สาขาการส่งเสริมสุขภาพ : 30,000 บาท / ภาคการศึกษา
- สาขากายภาพบำบัด : 31,000 บาท / ภาคการศึกษา
- สาขากิจกรรมบำบัด : 35,000 บาท / ภาคการศึกษา
7. เรื่องต้องรู้ & เรื่องเข้าใจผิด!
เรื่องเข้าใจผิด 1 "นักกายภาพบำบัดก็เหมือนช่างนวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ"
ความจริง: ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ! กายภาพบำบัดเป็นวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการตรวจร่างกาย วินิจฉัยรอยโรค วางแผนการรักษาโดยอิงจากโครงสร้างทางกายภาพ พยาธิสภาพของโรค และใช้เหตุผลทางคลินิก (Clinical Reasoning) รวมถึงใช้เครื่องมือซับซ้อน เช่น คลื่นอัลตราซาวด์ เลเซอร์ หรือการธาราบำบัด ไม่ใช่แค่การนวดคลายเส้นทั่วไปครับ
เรื่องเข้าใจผิด 2 "เรียนกายภาพบำบัด จบไปรักษาแต่พวกนักกีฬาที่บาดเจ็บ"
ความจริง: คนไข้สายกีฬายอดฮิตก็จริงครับ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น งานส่วนใหญ่ยังรวมไปถึงผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตจากเส้นเลือดสมองแตก/ตีบ, เด็กสมองพิการแต่กำเนิด, ผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมหรือทรงตัวไม่ได้, และผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจและปอดครับ
เรื่องต้องรู้ คณะนี้ เรียนที่วิทยาเขตองครักษ์ จ.นครนายก ตลอดทั้ง 4 ปีเต็มนะครับ! ไม่ได้ย้ายกลับมาเรียนที่ประสานมิตร (อโศก) เหมือนบางคณะ ดังนั้นน้อง ๆ ควรเตรียมใจและชื่นชอบวิถีชีวิตแบบหอพักและบรรยากาศแคมปัสธรรมชาติกันด้วยนะ ซึ่งพี่บอกเลยว่าชีวิตที่องครักษ์สนุกและอบอุ่นมาก ๆ ครับ!
8. เรียนจบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง? (Career Path)
จบจากคณะกายภาพบำบัด มศว ขอบอกเลยว่าตลาดแรงงานเปิดกว้างและกำลังขาดแคลนสวนทางกับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ทั่วโลกครับ
- นักกายภาพบำบัด / นักกิจกรรมบำบัด ประจำโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน, คลินิกกายภาพบำบัด, ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือสถาบันการศึกษาพิเศษ
- ที่ปรึกษาด้านการยศาสตร์ (Ergonomics Consultant) ออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานและเฟอร์นิเจอร์ให้กับบริษัทเอกชนเพื่อป้องกันออฟฟิศซินโดรม
- นักส่งเสริมสุขภาพ / นักวิชาการสาธารณสุข ปฏิบัติงานในศูนย์เวลเนส, ฟิตเนสพรีเมียม, หรือสปาหรูระดับ 5 ดาว เพื่อออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพองค์รวม
- เจ้าของธุรกิจส่วนตัว (Entrepreneur) เปิดคลินิกกายภาพบำบัด คลินิกกิจกรรมบำบัดเด็ก หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุของตัวเอง
ถ้าแพชชันของน้องคือการเป็น "ผู้อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มและการกลับมาขยับเขยื้อนร่างกายได้อีกครั้ง" ของผู้คน คณะกายภาพบำบัด มศว คือพื้นที่ที่จะเปลี่ยนแพชชันนั้นให้กลายเป็นวิชาชีพที่มั่นคงและมีเกียรติครับ! สู้ ๆ นะครับน้อง ๆ พี่ปั่นเป็นกำลังใจให้!
อ้างอิงและแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
คู่มือหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต คณะกายภาพบำบัด มศว: เว็บไซต์คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (physicaltherapy.swu.ac.th)
ข้อมูลเกณฑ์และจำนวนรับสมัครนิสิตใหม่ระดับปริญญาตรี: กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (admission.swu.ac.th)
รายละเอียดหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning: ระบบข้อมูลหลักสูตร มศว SUPREME (supreme.swu.ac.th)


