เปิดอาชีพสาย 'Wellness' เรียนไม่ตกงาน รับนโยบายยกระดับประเทศ

สวัสดีครับน้อง ๆ ชาว The Study! วันนี้พี่จะพามาอัปเดตเทรนด์อนาคตที่บอกเลยว่า "รู้ก่อน รวยก่อน แถมไม่มีวันตกงานชัวร์!"
น้อง ๆ เคยได้ยินคำว่า "IGNITE THAILAND" ไหมครับ? ล่าสุดรัฐบาลไทยเพิ่งประกาศนโยบายวิสัยทัศน์ประเทศครั้งใหญ่ โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักคือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเป็น ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ หรือ "Wellness & Medical Hub" ของโลก!
พูดง่าย ๆ คือ ต่อไปนี้ชาวต่างชาติจะบินมาไทยไม่ใช่แค่มากินผัดไทยหรือเที่ยวทะเล แต่จะบินมา "ดูแลสุขภาพ ฮีลใจ และทำสวย" กันแบบจัดเต็ม! ทำให้อุตสาหกรรม Wellness (เวลเนส) กำลังจะเติบโตแบบก้าวกระโดด และตลาดแรงงานกำลังกระหายคนสายนี้แบบสุด ๆ
แล้ว "วงการเวลเนส" คืออะไร? ต่างจากโรงพยาบาลทั่วไปยังไง? แล้วเราต้องเรียนคณะไหนถึงจะเข้าไปคว้าโอกาสนี้ได้? พี่ The Study สรุปมาให้แบบ Edutainment อ่านสนุก เข้าใจง่าย ลุยกันเลย!
♀️ Wellness ไม่ใช่แค่การรักษาป่วย แต่คือการ "ป้องกันและดูแลแบบองค์รวม"
โรงพยาบาลทั่วไปคือสถานที่ที่คนป่วยไปรักษา แต่ Wellness คือการดูแลตัวเอง "ก่อนที่จะป่วย" ครับ ครอบคลุมตั้งแต่การกิน การนอน การออกกำลังกาย สุขภาพจิต ไปจนถึงการชะลอวัย (Anti-aging) ดังนั้น อาชีพในวงการนี้จึงกว้างมากและไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชุดกาวน์เท่านั้น!
5 อาชีพดาวรุ่งวงการ Wellness + คณะที่ต้องเรียน!
1. นักบริหารธุรกิจเวลเนสและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Business Manager) ไม่ใช่แค่ดูแลคิวสปานะครับ แต่คือคนที่บริหารศูนย์ดูแลสุขภาพ รีสอร์ตเวลเนสระดับลักชัวรี หรือคลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้มีกำไรและตอบโจทย์ลูกค้า V.I.P ทั่วโลก
เรียนคณะอะไรดี?: คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการจัดการธุรกิจเวลเนส / การจัดการการบริการ), คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม (สาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ)
แอบกระซิบ: ตอนนี้หลายมหา'ลัยเริ่มเปิดหลักสูตรรองรับแล้ว เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่มีหลักสูตรผู้นำธุรกิจสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ (Sandbox) เพื่อปั้นนักบริหารสายนี้โดยเฉพาะ!
2. โค้ชสุขภาพ (Health & Wellness Coach) อาชีพนี้กำลังฮิตมากในต่างประเทศ! โค้ชสุขภาพจะทำหน้าที่เป็น "ที่ปรึกษาส่วนตัว" คอยปรับ Mindset วางแผนการใช้ชีวิต การกิน การนอน เพื่อให้ลูกค้ามีสุขภาพกายและใจที่ดีที่สุด
เรียนคณะอะไรดี?: คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ, คณะสาธารณสุขศาสตร์, คณะจิตวิทยา หรือคณะพยาบาลศาสตร์ แล้วไปสอบใบเซอร์ (Certificate) ด้าน Health Coach เพิ่มเติมครับ
3. นักกำหนดอาหาร / โภชนากร (Dietitian / Nutritionist) ในยุคที่ "อาหารคือยา" อาชีพนี้จึงขาดไม่ได้! นักกำหนดอาหารในศูนย์เวลเนส จะคอยออกแบบเมนูอาหารเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) ให้เหมาะกับ DNA หรือผลเลือดของลูกค้าแต่ละคนเลย ล้ำสุด ๆ
เรียนคณะอะไรดี?: คณะสหเวชศาสตร์ (สาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร), คณะวิทยาศาสตร์ (สาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร / Food Sci)
4. ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Specialist) ยุคนี้ใคร ๆ ก็อยากดูเด็กและแข็งแรง! นี่คือคุณหมอสายสุขภาพเชิงป้องกัน ที่เน้นการให้วิตามิน ปรับฮอร์โมน และดูแลลึกระดับเซลล์
เรียนคณะอะไรดี?: คณะแพทยศาสตร์ (เรียน 6 ปี) จากนั้นไปต่อยอดศึกษาเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-Aging and Regenerative Medicine) ครับ
5. แพทย์แผนไทยประยุกต์ / แพทย์ทางเลือก (Applied Thai Traditional Medicine) จุดแข็งของ Wellness ไทยที่ต่างชาติยอมจ่ายแพง ๆ คือ "สมุนไพรและการนวดบำบัด" ครับ! การนำภูมิปัญญาไทยมาผสานกับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ คืออาวุธลับที่ทำให้อาชีพนี้โกอินเตอร์ได้สบาย ๆ
เรียนคณะอะไรดี?: คณะการแพทย์แผนไทยประยุกต์, คณะการแพทย์แผนตะวันออก
จากพี่ The Study
วงการ Wellness เป็นจุดตัดที่ลงตัวมากระหว่าง "วิทยาศาสตร์สุขภาพ + การบริการ + ธุรกิจ" ถ้าน้อง ๆ เป็นคนที่ชอบดูแลสุขภาพตัวเอง ชอบคุยกับคน และมีใจรักบริการ (Service Mind) วงการนี้พร้อมอ้าแขนรับน้อง ๆ แน่นอนครับ!
ลองดูว่าตัวเองถนัดด้านไหน ชอบแนววิทยาศาสตร์จ๋า ๆ หรือชอบแนวบริหารจัดการ แล้ววางแผนตั้งเป้าหมายเลือกคณะในระบบ TCAS กันได้เลย พี่ The Study ขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่บุคลากรสายเวลเนสทุกคนครับ สู้โว้ยยย! ✌️
น้อง ๆ เล็งสายไหนกันไว้บ้าง? คอมเมนต์บอกพี่ด้านล่างได้เลยน้า
อ้างอิงข้อมูล:
นโยบายรัฐบาลไทย: วิสัยทัศน์ Thailand Vision “IGNITE THAILAND” เป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub)
กระทรวง อว. และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง: ข้อมูลการเปิดหลักสูตร Sandbox เพื่อสร้างผู้นำธุรกิจในอุตสาหกรรมเวลเนส
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ: ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบริการทางการแพทย์


