สานฝันวัยรุ่นดาวทอง! การสอบ "เตรียมทหาร" เช็กด่วน!

สวัสดีครับน้อง ๆ ชาว The Study! เวลาดูหนังแอ็กชันหรือเห็นพี่ ๆ ใส่เครื่องแบบเท่ ๆ เคยมีใครแอบฝันอยากเป็น "ผู้หมวด" หรือ "กัปตัน" กันบ้างไหมเอ่ย?
เส้นทางสู่การติดดาวบนบ่าที่คลาสสิกและเป็นความฝันของเด็กผู้ชายหลายคน ก็คือการสอบเข้า "โรงเรียนเตรียมทหาร" (Armed Forces Academies Preparatory School - AFAPS) นั่นเองครับ! แต่บอกเลยว่าสนามสอบนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหิน ทั้งวิชาการที่เข้มข้น และร่างกายที่ต้องแกร่งดั่งหินผา
วันนี้พี่ The Study เลยขอสวมวิญญาณติวเตอร์เฉพาะกิจ มาเจาะลึกเกณฑ์การรับสมัคร "สอบเตรียมทหาร" อัปเดตล่าสุด (ปี 2569) แบบเข้าใจง่าย ๆ มาดูกันว่าน้อง ๆ พร้อมลุยสนามนี้แค่ไหน ลุย!
"โรงเรียนเตรียมทหาร" คืออะไร?
อธิบายง่าย ๆ โรงเรียนเตรียมทหาร (นตท.) คือ "จุดศูนย์รวม" ของว่าที่นายทหารและนายตำรวจครับ น้อง ๆ จะต้องเข้ามาเรียนรวมกันที่นี่เป็นเวลา 2 ปี เพื่อปูพื้นฐานวิชาการและการฝึกระเบียบวินัย ก่อนที่จะแยกย้ายไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี (อีกประมาณ 4-5 ปี) ตาม "เหล่าทัพ" ที่น้อง ๆ สอบติด ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 เหล่า ได้แก่:
- เหล่าทหารบก: ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.)
- เหล่าทหารเรือ: ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนนายเรือ (ทร.)
- เหล่าทหารอากาศ: ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (ทอ.)
- เหล่าตำรวจ: ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.)
✅ เช็กลิสต์คุณสมบัติ ใครมีสิทธิ์สอบบ้าง? (อัปเดตเกณฑ์ปี 2569)
สนามนี้ไม่ได้เปิดรับทุกคนนะครับ กฎกติกาค่อนข้างเป๊ะมาก ลองมาเช็กกันดู
- วุฒิการศึกษา: กำลังศึกษาชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ขึ้นไป หรือเทียบเท่า (วุฒิ ปวช. ก็สอบได้นะเออ!)
- อายุ: ต้องมีอายุระหว่าง 16 - 18 ปีบริบูรณ์ ในปีที่จะเข้าเรียน (นับตามปี พ.ศ. เกิด) เช่น ถ้าสอบเข้าปีการศึกษา 2569 ต้องเกิดระหว่าง พ.ศ. 2551 - 2553 ครับ
- เพศและสถานะ: รับเฉพาะ "เพศชาย" และต้องเป็นโสดเท่านั้น
- สัญชาติ: ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด และคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิดด้วย (ยกเว้นคุณพ่อเป็นข้าราชการทหาร/ตำรวจตามเกณฑ์ที่กำหนด)
- ร่างกาย: สุขภาพแข็งแรง ไม่มีรอยสักที่อยู่นอกร่มผ้า ไม่ตาบอดสี และส่วนสูง/น้ำหนักต้องได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน (BMI) ของแต่ละเหล่าครับ
3 ด่านอรหันต์ กว่าจะได้เป็น "นักเรียนเตรียมทหาร"
การจะคว้าดาวมาครอง ต้องผ่านบททดสอบสุดโหด 3 ด่านนี้ให้ได้ครับ
♂️ด่านที่ 1 สอบภาควิชาการ (ชี้ชะตา!) ข้อสอบเป็นเนื้อหาระดับ ม.ต้น ถึง ม.4 ครับ แข่งกันหลักหมื่นคนเพื่อคัดเหลือหลักร้อย! วิชาที่ใช้สอบคือ คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี), ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย และสังคมศึกษา (แอบกระซิบว่า คณิตกับอังกฤษคือตัวตัดเชือกเลย ใครทิ้ง 2 วิชานี้คือตุ้บ!)
♂️ ด่านที่ 2: สอบพละศึกษา (ร่างกายต้องพร้อม) ใครผ่านวิชาการมาได้ ต้องมาเจอบททดสอบความอึด! จะมีการทดสอบ 8 สถานีหลัก ๆ เช่น:
- ดึงข้อ (ห้ามแกว่งตัว!)
- ลุกนั่ง (Sit-up) ในเวลาที่กำหนด
- ดันพื้น (Push-up)
- วิ่งระยะสั้น 50 เมตร / วิ่งระยะไกล 1,000 เมตร
- ว่ายน้ำ 50 เมตร (ใครว่ายน้ำไม่เป็น รีบไปฝึกด่วน ๆ เพราะตกน้ำคือตกรอบทันที!)
⚕️ ด่านที่ 3: ตรวจร่างกายและสอบสัมภาษณ์ ด่านสุดท้ายคือการแก้ผ้าตรวจร่างกายแบบละเอียดยิบ! ตั้งแต่สายตา กระดูก คลื่นหัวใจ ไปจนถึงการสอบสัมภาษณ์เพื่อดูทัศนคติ ไหวพริบ และความจงรักภักดีต่อสถาบันครับ
ทริคกะซวกคะแนนจากพี่ The Study: การสอบเตรียมทหาร ไม่ได้แข่งกับใคร แต่ "แข่งกับความสม่ำเสมอของตัวเอง" ครับ ถ้าน้องอยู่ ม.1 - ม.3 ตอนนี้คือเวลาทอง! ให้เริ่มฟิตอ่านหนังสือเก็บเนื้อหา ม.ต้น ให้แน่นปึ้ก ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ดึงข้อ วิ่ง ว่ายน้ำ ทุกวันหลังเลิกเรียน
อย่ารอให้อยู่ ม.4 แล้วค่อยเตรียมตัว เพราะมันอาจจะไม่ทันเวลาครับ พี่ The Study ขอส่งพลังใจให้ว่าที่นักเรียนนายร้อยทุกคนที่มีความฝัน ลุกขึ้นมาฮึดสู้ แล้วไปเจอกันที่ลานสวนสนามนะครับ สู้โว้ยยย! ✌️
อ้างอิงข้อมูล:
คู่มือการรับสมัครนักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) ประจำปีการศึกษา 2568-2569 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, โรงเรียนนายเรืออากาศ, โรงเรียนนายเรือ, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ)
เว็บไซต์ Postcadet และ Thai Cadet: ระเบียบการและวิธีการสมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
#TheStudy #สอบเตรียมทหาร #สอบนายร้อย #เตรียมทหาร #นักเรียนนายร้อย #นตท #โรงเรียนเตรียมทหาร #นายร้อยตำรวจ #ทหารบก #ทหารเรือ #ทหารอากาศ #Dek69 #Dek70 #แนะแนวการศึกษา #ความฝันวัยรุ่น


