แชร์

เจาะลึก อาชีพในวงการ ข้าราชการ เปิดสายงาน–สอบ–เงินเดือน

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ย. 2026
96 ผู้เข้าชม
อาชีพ-ข้าราชการ

พูดถึงคำว่า “ข้าราชการ” น้อง ๆ นึกถึงอะไร?

นั่งโต๊ะทำเอกสารตั้งแต่เช้าถึงเย็น? ทำงานอยู่ในกระทรวง? ใส่ชุดกากีทุกวัน? หรือเรียนจบแล้วต้องไปสอบ ก.พ.?

จริง ๆ แล้ว “ข้าราชการ” กว้างกว่านั้นมาก เพราะภายในระบบราชการมีตั้งแต่หมอ พยาบาล วิศวกร นักกฎหมาย นักการทูต นักไอที นักวิทยาศาสตร์ นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการด้านต่าง ๆ ไปจนถึงครู ตำรวจ ทหาร ผู้พิพากษา และอัยการ ซึ่งแต่ละสายมีเส้นทางเรียน คุณสมบัติ และวิธีเข้าสู่อาชีพแตกต่างกัน

วันนี้ Study JobMaps เลยอยากชวนน้องมาเปิดแผนที่ “อาชีพในวงการข้าราชการ” ตั้งแต่ข้าราชการคือใคร มีงานแบบไหน ต้องเรียนอะไร สอบอะไร เงินเดือนประมาณเท่าไร และชีวิตการทำงานจริงมีเรื่องอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า “ทำงานให้รัฐ” ไม่ได้แปลว่าเป็นข้าราชการทุกคน

นี่เป็นจุดที่หลายคนสับสนมากที่สุด

ในหน่วยงานภาครัฐสามารถมีคนทำงานหลายสถานะอยู่ในองค์กรเดียวกันได้ เช่น ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานองค์การมหาชน หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีระบบการจ้าง เงินเดือน สวัสดิการ และความมั่นคงต่างกัน รายงานกำลังคนภาครัฐของสำนักงาน ก.พ. ก็จำแนกบุคลากรเหล่านี้ออกจากกันอย่างชัดเจน

ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือ “พนักงานราชการ” ไม่ใช่ “ข้าราชการ” พนักงานราชการอยู่ภายใต้ระบบสัญญาจ้าง โดยสำนักงาน ก.พ. ระบุว่าสัญญาอาจมีระยะเวลาตามความเหมาะสมของงาน แต่หนึ่งสัญญาต้องไม่เกิน 4 ปี และเมื่อหมดสัญญาหากหน่วยงานยังต้องการจ้างต่อก็ต้องดำเนินการทำสัญญาใหม่ตามหลักเกณฑ์

เพราะฉะนั้น เวลาเห็นประกาศรับสมัครงานจากหน่วยงานรัฐ อย่าดูแค่ชื่อหน่วยงาน ต้องอ่านให้ชัดว่า รับเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ หรือบุคลากรประเภทใด

แล้ว “ข้าราชการ” มีแบบไหนบ้าง?

คำว่าข้าราชการเองก็ไม่ได้หมายถึงระบบเดียวเช่นกัน

ข้อมูลของสำนักงาน ก.พ. ครอบคลุมข้าราชการหลายประเภท เช่น ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการอัยการ ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นประเภทต่าง ๆ

ดังนั้น ประโยคที่ว่า “อยากเป็นข้าราชการต้องสอบ ก.พ.” จึงถูกเพียงบางส่วน

การสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ข้าราชการครู ตำรวจ ทหาร ตุลาการ อัยการ หรือข้าราชการในบางองค์กรมีระบบสอบและองค์กรบริหารงานบุคคลของตัวเอง

ในบทความนี้ The Study จะใช้ “ข้าราชการพลเรือนสามัญ” เป็นแกนหลัก เพราะเป็นสายที่เปิดกว้างต่อวุฒิและคณะหลากหลาย และเป็นกลุ่มที่น้อง ๆ มักพบประกาศรับสมัครผ่านระบบของสำนักงาน ก.พ.

เปิด Job Map: เรียนแบบนี้ ไปทำงานราชการอะไรได้บ้าง?

สิ่งหนึ่งที่พี่อยากให้น้องเปลี่ยนความคิดก่อนคือ อย่าเลือกเรียนเพียงเพราะคิดว่า “คณะนี้สอบราชการได้”

ให้กลับคำถามเป็นว่า

“เราอยากทำงานอะไรในระบบราชการ แล้วตำแหน่งนั้นรับวุฒิอะไร?”

เพราะตำแหน่งราชการแต่ละตำแหน่งมี “มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง” ซึ่งระบุทั้งลักษณะงาน คุณสมบัติ และวุฒิที่เกี่ยวข้อง และประกาศรับสมัครจริงอาจกำหนดสาขาการศึกษาแตกต่างกันออกไป

กลุ่มอาชีพ

ตัวอย่างงานที่พบในระบบราชการ

สาขาที่ควรลองสำรวจ

บริหาร–นโยบาย


นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักจัดการงานทั่วไป นักทรัพยากรบุคคล นักพัฒนาระบบราชการ

รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหาร เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือสาขาที่ประกาศกำหนด

กฎหมาย–ยุติธรรม

นิติกร พนักงานคุมประพฤติ งานบังคับคดี งานด้านกฎหมาย

นิติศาสตร์ และสาขาเฉพาะตามตำแหน่ง

การเงิน–เศรษฐกิจ

นักวิชาการเงินและบัญชี นักวิชาการคลัง นักวิชาการสรรพากร นักวิชาการพัสดุ

บัญชี การเงิน เศรษฐศาสตร์ บริหาร นิติศาสตร์ หรือสาขาที่กำหนด

การศึกษา–สังคม

นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาชุมชน นักสังคมสงเคราะห์

ศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ สังคมศาสตร์ พัฒนาชุมชน

แพทย์–สุขภาพ


นายแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข นักกำหนดอาหาร นักฉุกเฉินการแพทย์

แพทยศาสตร์ พยาบาล สาธารณสุข วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิชาชีพเฉพาะ

วิทยาศาสตร์–สิ่งแวดล้อม

นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม นักธรณีวิทยา งานห้องปฏิบัติการ

วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ธรณีวิทยา เคมี ชีววิทยา และสาขาที่เกี่ยวข้อง

วิศวกรรม–ดิจิทัล

วิศวกร นักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานสารสนเทศ นายช่าง

วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ IT หรือสายอาชีวศึกษาที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศ–งานเฉพาะทาง

นักการทูต นักวิเทศสัมพันธ์ นักวิเทศสหการ และงานภาษาต่างประเทศ

รัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาษา เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย หรือสาขาที่ประกาศกำหนด

ตารางนี้เป็นเพียง “แผนที่ให้เริ่มค้นหา” ไม่ใช่คุณสมบัติการรับสมัครแบบตายตัว เพราะชื่อปริญญา สาขาวิชา ใบอนุญาตวิชาชีพ และเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานต้องตรวจจากประกาศรับสมัครจริงทุกครั้ง

และระบบราชการเองก็ไม่ได้หยุดอยู่กับอาชีพเดิม ๆ เพราะในปี 2569 สำนักงาน ก.พ. เพิ่งกำหนดมาตรฐานตำแหน่งประเภทวิชาการเพิ่มเติม เช่น นักกำหนดอาหาร นักฉุกเฉินการแพทย์ และนักจัดการโรงพยาบาล สะท้อนว่างานภาครัฐก็ปรับตามความเชี่ยวชาญใหม่ของสังคมเช่นกัน

ปริญญาตรีกับ ปวส. เข้าราชการเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ เราจะเห็นตำแหน่งแรกบรรจุที่สำคัญอยู่สองกลุ่มคือ ประเภทวิชาการ และ ประเภททั่วไป

ตำแหน่งประเภทวิชาการพบมากในงานที่ใช้ความรู้ระดับปริญญา เช่น นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการคลัง นักวิชาการศึกษา หรือวิชาชีพต่าง ๆ โดยเส้นทางระดับตำแหน่งตั้งแต่ ปฏิบัติการ → ชำนาญการ → ชำนาญการพิเศษ → เชี่ยวชาญ → ทรงคุณวุฒิ

ส่วนตำแหน่งประเภททั่วไปพบงานที่เปิดรับวุฒิระดับ ปวช. ปวส. หรือคุณวุฒิตามมาตรฐานของตำแหน่ง เช่น เจ้าพนักงานธุรการ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี หรือนายช่างบางสาย โดยเส้นทางตำแหน่งคือ ปฏิบัติงาน → ชำนาญงาน → อาวุโส → ทักษะพิเศษ

เพราะฉะนั้น น้องสายอาชีวะก็มีเส้นทางเข้าสู่งานราชการ ไม่ได้จำเป็นต้องเรียนปริญญาตรีก่อนทุกตำแหน่ง

อยากเป็นข้าราชการพลเรือน ต้องสอบอะไร?

เส้นทางที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยสามารถจำง่าย ๆ ว่า

ภาค ก. → ภาค ข. → ภาค ค. → ขึ้นบัญชี → เรียกบรรจุ

ภาค ก. วัดพื้นฐานที่ใช้กับงานราชการ

สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้จัดการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป หรือที่เรียกว่า “สอบ ก.พ. ภาค ก.”

ปัจจุบันเปิดการสอบในระดับ ปวช., ปวท./อนุปริญญา/ปวส., ปริญญาตรี และปริญญาโท โดยเนื้อหาครอบคลุมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ภาษาอังกฤษ และความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี

เกณฑ์ผ่านของภาค ก. คือ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 สำหรับระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและปริญญาตรี ส่วนปริญญาโทไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

ภาค ข. วัดความรู้ที่ใช้กับตำแหน่งจริง

เมื่อหน่วยงานมีตำแหน่งว่าง หน่วยงานจะประกาศรับสมัครและกำหนดการสอบความรู้เฉพาะตำแหน่ง เช่น นิติกรก็อาจสอบกฎหมาย นักวิชาการคอมพิวเตอร์ก็สอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานดิจิทัล หรือแต่ละตำแหน่งอาจมีเนื้อหาเฉพาะเพิ่มเติม

ภาค ค. ดูว่าเหมาะกับงานแค่ไหน

ภาค ค. เป็นการวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง อาจใช้การสัมภาษณ์ การสังเกตพฤติกรรม หรือวิธีอื่น โดยประเมินเรื่องคุณลักษณะ สมรรถนะ ทัศนคติ บุคลิกภาพ คุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงความเหมาะสมกับงาน

แต่ต้องจำไว้ว่า ไม่ใช่ข้าราชการทุกอาชีพต้องเดินเส้นทาง ก.–ข.–ค. แบบนี้ เช่น คุณวุฒิบางประเภทที่ ก.พ. กำหนดเป็นวุฒิคัดเลือก หรือระบบข้าราชการอื่น อาจใช้วิธีการคัดเลือกหรือการสอบเฉพาะของหน่วยงานนั้น

เงินเดือนข้าราชการเริ่มต้นเท่าไร?

สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ อัตราเงินเดือนแรกบรรจุขึ้นอยู่กับ คุณวุฒิที่ใช้บรรจุ ตำแหน่ง และหลักเกณฑ์การกำหนดเงินเดือนแรกบรรจุของหน่วยงาน

ตัวอย่างอัตราสำหรับคุณวุฒิหลักที่ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ได้แก่ ปวช.ประมาณ 11,380–12,520 บาท, ปวส. 13,920–15,320 บาท, ปริญญาตรี 18,150–19,970 บาท, ปริญญาโท 21,180–23,300 บาท และปริญญาเอก 25,410–27,960 บาท ทั้งนี้ต้องดูคุณวุฒิและประกาศของตำแหน่งจริงอีกครั้ง

ดังนั้น เวลาน้องเห็นคนบอกว่า “จบปริญญาตรีราชการได้เงินเดือนเท่านี้ทุกคน” ต้องระวัง เพราะ เงินเดือนแรกบรรจุไม่ได้มีเลขเดียวสำหรับทุกสาขาและทุกกรณี

นอกจากเงินเดือน ข้าราชการมีสวัสดิการอะไร?

เหตุผลที่หลายคนสนใจงานราชการไม่ได้อยู่ที่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงระบบสวัสดิการระยะยาวด้วย

หนึ่งในสวัสดิการสำคัญคือ สิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งภายใต้หลักเกณฑ์สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ มีทั้งสิทธิของผู้มีสิทธิเองและบุคคลในครอบครัวที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายและระบบสิทธิที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังมีเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามหลักเกณฑ์ ค่าเช่าบ้านสำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไข ตลอดจนสิทธิและเงินประจำตำแหน่งบางประเภท ซึ่งไม่ได้หมายความว่าข้าราชการทุกคนจะเบิกได้ทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละสิทธิเป็นกรณีไป

อีกส่วนสำคัญคือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. สำหรับสมาชิกใหม่ตามกฎหมาย สมาชิกส่งเงินสะสมขั้นต่ำร้อยละ 3 ของเงินเดือน รัฐส่งเงินสมทบร้อยละ 3 และมีเงินชดเชยร้อยละ 2 สำหรับสิทธิตามเงื่อนไขของระบบบำนาญ ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. เมื่อออกจากราชการหรือเกษียณจึงอาจมีทั้งเงินจาก กบข. และสิทธิบำเหน็จหรือบำนาญตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าเป็นสมาชิก กบข. แล้วจะ “ไม่มีบำนาญ” อย่างที่บางครั้งเข้าใจกัน

โดยทั่วไป ข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปีจะสิ้นสุดอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

งานราชการมั่นคงจริงไหม? เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือก

ถ้ามองจากระบบอาชีพ งานราชการมีข้อเด่นคือมีโครงสร้างตำแหน่งและเส้นทางความก้าวหน้าค่อนข้างชัด มีระบบเงินเดือน การประเมิน การเลื่อนระดับ และสวัสดิการที่กำหนดเป็นหลักเกณฑ์

แต่คำว่า “มั่นคง” ไม่ได้แปลว่า “สบาย”

คนทำงานราชการต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ วินัย และมาตรฐานจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการ การตัดสินใจหลายเรื่องต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ การใช้งบประมาณ และความรับผิดชอบต่อประชาชนมากกว่าการดูผลลัพธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว

บางตำแหน่งอาจต้องทำงานต่างจังหวัด ย้ายหน่วยงาน ลงพื้นที่ รับเวร ทำงานนอกเวลาหรือรับผิดชอบงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรง เช่น แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นักพัฒนาชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภัยพิบัติ

ดังนั้น ถ้าคิดว่า “รับราชการเพราะอยากมีงานที่ไม่กดดัน” อาจต้องคิดใหม่

คำถามที่เหมาะกว่าคือ “เราอยากใช้ความรู้ของตัวเองทำงานในระบบที่มีภารกิจเพื่อสาธารณะหรือไม่?”

คนแบบไหนน่าจะเหมาะกับงานราชการ?

พี่มองว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนเรียบร้อย ชอบเอกสาร หรือเก่งท่องจำถึงจะทำงานราชการได้

ระบบราชการปัจจุบันต้องการทั้งคนวิเคราะห์ข้อมูล คนเทคโนโลยี คนสื่อสาร คนออกแบบนโยบาย วิศวกร บุคลากรสุขภาพ นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้นเรื่อย ๆ การเกิดสายงานใหม่อย่างนักกำหนดอาหารหรือนักฉุกเฉินการแพทย์ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ น้องรับได้ไหมกับการทำงานตามกฎและขั้นตอน มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะสูง สามารถทำงานกับคนหลากหลาย และพร้อมเรียนรู้ระบบที่บางเรื่องอาจไม่ได้เปลี่ยนเร็วเหมือนบริษัทเอกชน

ถ้าคำตอบคือใช่ งานราชการก็อาจเป็นหนึ่งใน Career Path ที่น่าสำรวจจริงจัง

ถ้ายังเรียนอยู่ แล้วอยากรับราชการ ควรเริ่มจากตรงไหน?

พี่แนะนำให้เริ่มจาก “หาตำแหน่งก่อนหาคณะ”

ลองค้นตำแหน่งราชการ 3–5 ตำแหน่งที่ตัวเองสนใจ แล้วเปิดดูประกาศย้อนหลังว่าเขาทำงานอะไร รับวุฒิอะไร ต้องมีใบประกอบวิชาชีพหรือไม่ และสอบวิชาอะไร จากนั้นค่อยย้อนกลับมาดูว่าคณะหรือสาขาไหนพาเราไปถึงตำแหน่งเหล่านั้นได้

ถ้าเป็นสายข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ทำความรู้จักระบบ สอบ ก.พ. ภาค ก. ตั้งแต่เนิ่น ๆ และเมื่อเรียนมหาวิทยาลัยก็เริ่มติดตามประกาศตำแหน่งจริง เพื่อจะได้รู้ว่าความรู้เฉพาะตำแหน่งในภาค ข. ต้องเตรียมอะไร

ส่วนคนที่สนใจครู ตำรวจ ทหาร ตุลาการ อัยการ หรือระบบท้องถิ่น อย่าใช้ข้อมูลสอบ ก.พ. ชุดเดียวตัดสินทั้งหมด ต้องศึกษาเส้นทางของระบบนั้นโดยเฉพาะ

ข่าวรับสมัครข้าราชการพลเรือนสามารถติดตามผ่านระบบค้นหางานของสำนักงาน ก.พ. และเว็บไซต์ของส่วนราชการแต่ละแห่งได้

 

ก่อนถามว่า “สอบราชการยากไหม” ลองถามก่อนว่า “อยากเป็นข้าราชการอะไร”

คำว่า “ข้าราชการ” ไม่ใช่ชื่ออาชีพเดียว แต่เป็นโลกการทำงานขนาดใหญ่ที่มีคนจากแทบทุกสายการเรียน

เด็กนิติศาสตร์อาจเป็นนิติกร เด็กบัญชีอาจไปสายการคลัง เด็กวิศวะอาจเป็นวิศวกรภาครัฐ เด็ก IT อาจดูแลระบบดิจิทัลของประเทศ เด็กสาธารณสุขอาจทำงานอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐ ขณะที่สายอาชีวะเองก็มีตำแหน่งประเภททั่วไปและงานช่างจำนวนมากให้เลือก

เพราะฉะนั้น ถ้าน้องสนใจเส้นทางนี้ อย่าเริ่มจากการซื้อหนังสือสอบ ก.พ. ก่อน

เริ่มจากหาว่า “เราอยากทำงานอะไร” แล้วค่อยวางแผนว่า “ต้องเรียนอะไร และต้องผ่านประตูไหนถึงจะไปถึงงานนั้น”

นี่ต่างหากคือการวาง Career Path ที่มีโอกาสพาเราไปถึงงานที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

Study JobMaps — รู้จักงานให้มากพอ ก่อนเลือกอนาคตของตัวเอง

 

FAQ: คำถามที่คนอยากเป็นข้าราชการมักสงสัย

อยากเป็นข้าราชการต้องสอบ ก.พ. ทุกคนไหม?

ไม่ทุกคน ภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. เป็นเส้นทางหลักของข้าราชการพลเรือนสามัญบางรูปแบบ ขณะที่ครู ตำรวจ ทหาร ตุลาการ อัยการ และข้าราชการบางประเภทมีระบบสอบหรือคัดเลือกของตัวเอง

เรียนคณะไหนสอบราชการได้?

ไม่มีคณะเดียวที่เรียกว่า “คณะสำหรับสอบราชการ” เพราะแต่ละตำแหน่งกำหนดคุณวุฒิต่างกัน บางตำแหน่งเปิดหลายสาขาหรือทุกสาขา ขณะที่วิชาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวกร หรือนิติกร จะมีเงื่อนไขคุณวุฒิชัดกว่า จึงต้องดูมาตรฐานตำแหน่งและประกาศรับสมัครเป็นหลัก

อายุเท่าไรถึงเริ่มสมัครข้าราชการพลเรือนได้?

คุณสมบัติทั่วไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือนกำหนดอายุขั้นต่ำ 18 ปี และยังต้องมีคุณสมบัติรวมถึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและประกาศของตำแหน่งนั้น ๆ

จบ ปวส. เป็นข้าราชการได้ไหม?

ได้ มีตำแหน่งประเภททั่วไปจำนวนหนึ่งที่รับคุณวุฒิ ปวช., ปวท., อนุปริญญา หรือ ปวส. ตามมาตรฐานของแต่ละตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีทุกงาน

พนักงานราชการกับข้าราชการเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน พนักงานราชการเป็นระบบการจ้างงานด้วยสัญญาภายใต้ระเบียบพนักงานราชการ ส่วนข้าราชการอยู่ภายใต้กฎหมายบริหารงานบุคคลของข้าราชการแต่ละประเภท จึงมีโครงสร้างสิทธิและความก้าวหน้าคนละระบบ

แหล่งอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) — รายงานกำลังคนภาครัฐ ปี 2568

สำนักงาน ก.พ. — ข้อมูลการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ก. และกระบวนการสรรหาข้าราชการพลเรือน

สำนักงาน ก.พ. — อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับค่าตอบแทนข้าราชการ

สำนักงาน ก.พ. — มาตรฐานกำหนดตำแหน่งและการแก้ไขเพิ่มเติมสายงานประเภทวิชาการ

สำนักงาน ก.พ. — ระบบพนักงานราชการและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กรมบัญชีกลาง — สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) — ระบบสมาชิก เงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และสิทธิหลังออกจากราชการ 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Content Creator
อยากทำอาชีพ "คอนเทนต์ครีเอเตอร์" (Content Creator) ต้องเรียนคณะอะไร? เจาะลึกการทำงาน ทักษะที่ต้องมี ตลาดแรงงาน และเงินเดือนฉบับวัยรุ่นสร้างตัว ครบจบในที่เดียว
4 ก.ย. 2026
บัญชีกับการเงินต่างกันยังไง
สับสนไหม? สายตัวเลขต้องอ่าน! เจาะลึกความต่างแบบหมัดต่อหมัด "คณะบัญชี vs คณะการเงิน" เรียนอะไร จบไปทำอาชีพไหน เช็กจุดแข็งของตัวเองก่อนยื่นพอร์ต TCAS ได้ที่นี่เลย
19 มิ.ย. 2026
แนะนำอาชีพสำหรับคนเรียนรัฐศาสตร์และการปกครอง
จบรัฐศาสตร์ ทำงานอะไรได้บ้าง? สแกนเส้นทางอาชีพและโอกาสเติบโตในยุคดิจิทัล คู่มือค้นหาตัวเองฉบับเด็ก TCAS พร้อมแล้วคลิกอ่านเลยที่ The Study!
6 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy